Categories
ความรู้ทั่วไป

5 คำถามสำคัญก่อนการลงทุน

5 คำถามสำคัญก่อนการลงทุน

5 คำถามสำคัญก่อนการลงทุน คำว่า “การลงทุน” มักจะต่อท้ายด้วยคำว่า “มีความเสี่ยง” ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนเสมอ” ฉะนั้น ผู้ลงทุนทุกท่านควรศึกษา หาความรู้ ทำความเข้าใจ เกี่ยวกับบริษัท หรือ สินค้า ที่น่าสนใจ เงื่อนไขการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน ดังนั้นบทความนี้ เราจะมาทบทวนคำถามต่างๆ ก่อนการลงทุน เพื่อป้องกันไม่ให้เงินในมือคุณ สูญหายโดยเปล่าประโยชน์ หรือ หายไปกับความไม่รู้คุณ

“การลงทุน” มักจะต่อท้ายด้วยคำว่า “มีความเสี่ยง” ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนเสมอ”

1.การรู้จักตัวเองให้ดีก่อนลงทุน

เราพบว่าหลายๆคน อยากลงทุน ซึ่งบางคนยังไม่มีความรู้ เรื่องการลงทุนเลย ปัจจัยแรกของการลงทุน คือ สถานภาพทางการเงิน ต้องมีการจัดสัดส่วนของ รายได้ / รายจ่าย / เงินเย็นเงินนอน / เงินเก็บ ต้องคำนวณภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ว่าเรามีสภาพคล่อง ทางการเงินมากน้อยแค่ไหน ถ้าเกิดมีคำถามขึ้นมาในหัวว่า“มีเงินทุนเท่านี้ ลงทุนอะไรดี” คำถามนี้แปลว่าเรา ยังไม่รู้จักยังไม่มีความรู้ด้านการลงทุนเลย ฉะนั้นอับดับแรกศึกษา หุ้น ที่เราอยากจะลงทุนให้ดี ว่าตัวไหนเหมาะสมกับสถานภาพทางการเงินของเรามากที่สุด โดยไม่ให้เกิดผลกระทบตามมาในภายหลัง

2. คุณรู้อะไรเกี่ยวกับการลงทุนบ้าง

เมื่อรู้จักตัวเองแล้ว ต่อไป สิ่งที่เราควรรู้ คือการรู้จักศึกษาเรื่องการลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุสิ่งทีี่หลายๆคนตัดสินใจลงทุนเป็นอย่างแรกคือ การเล่นหุ้น สำหรับการลงทุนในหุ้นนั้น ต้องอาศัยความรู้ และ ประสบการณ์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์สภาวะเศรษฐกิจ วิเคราะห์สภาวะอุตสาหกรรม ของบริษัท ที่เราสนใจลงทุน เราต้องมีทักษะบางอย่างที่เฉพาะตัว ในการมองการวิเคราะห์ต่าง ๆ ศึกษา เทคนิคทำกำไรในตลาดหุ้น พิจารณาข้อดี-ข้อด้อย เกี่ยวกับการลงทุน แต่ละประเภท ให้ดี(ซึ้งตรงนี้ถ้าเราศึกษามากๆ เราจะรู้เองโดยธรรมชาติ)ดังนั้น หากเรามีความพร้อมที่จะลงทุนในหุ้นแล้วรู้จักตัวเอง รู้ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนแล้ว เราก็สามารถเริ่มได้เลยสำหรับมือใหม่

3. หุ้นแบบไหนที่ควรจะลงทุน

เมื่อเรารู้จักตัวเองแล้ว ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนแล้ว เรามาดูว่าหุ้นตัวแรกของเราหรือหุ้นแบบไหนที่เราควรจะลงทุน มันขึ้นอยู่กับ กลยุทธ์ของ แต่ละคน การเลือกซื้อหุ้น อยู่ที่ไลฟ์สไตล์ ของแต่ละคน เช่น บางทำงานประจำ จะไปเลือกซื้อหุ้น ที่มีราคาขึ้นลง หวือหวา ก็ไม่ได้ยังไม่แนะนำซึ้ง การเลือกซื้อหุ้นจะเรียกว่าเป็นศาสตรหรือศิลป์อย่างหนึ่ง ก็ว่าได้ เพราะไม่ใช่ว่า ทุกคนที่เล่นหุ้น แล้วจะได้กำไร เหมือนกันทุกคน ถึงแม้ว่า เราจะเล่นหุ้น ตัวเดียวกันก็ตาม นักลงทุนควรรู้จุดอ่อนตัวเองและตั้งกฎเกณฑ์ที่จะไม่เล่นหุ้นที่ไม่ถนัด เพื่อลดความเสี่ยง ให้ตัวเอง >>>>>>>> อ่านบทความเกี่ยวกับ “หุ้นแบบไหน…?ที่คุณควรจะซื้อ”

4.ยอมรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน

ผู้ลงทุนยอมรับความเสี่ยงขาดทุน จากการลงทุน ได้มากน้อยแค่ไหนการลงทุนแต่ละประเภทมีความเสี่ยงมากน้อยแตกต่างกันออกไป ทุกครั้งที่ตัดสินใจลงทุน จึงเท่ากับว่าเราเตรียมใจยอมรับความเสี่ยงที่จะตามมาด้วย หรือ อาจจะได้ผลตอบแทนที่ไม่ตรงไปตามที่คาดหวัง เพราะถ้าหากว่านักลงทุนยอมรับความเสี่ยงไม่ได้เลย จะได้พิจารณาการลงทุนตั้งแต่เริ่มต้น เพราะความเสี่ยงจะ มาพร้อมกับการลงทุนเสมอ

5.เงินเข้าออกจากพอร์ตคุณจะบริหารอย่างไร?

การบริหารเงินในพอร์ตก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญและควรวางแผนไว้เพราะว่านี้เป็นตัววัดว่าพอร์ตของเราจะโตได้ในระยะยาวหรือไม่ เราควรมีแผนการลงทุนที่ชัดเจนว่าจะสะสมเพิ่มเดือนละเท่าไหร่ ปีละเท่าไหร่ ยิ่งพอร์ตใหญ่มากเท่าไหร่ พอร์ตก็จะโตได้มากขึ้นเท่านั้นจะต้องมีการเติมทุนเข้าไปเพื่อสร้างผลตอบแทนให้มากขึ้น นักลงทุนจึงควรวางแผนหาเงินเติมพอร์ตตลอดเวลาและลดการนำเงินจากพอร์ตออกไปใช้จ่ายเพื่อเพิ่มการสร้างดอกเบี้ยทบต้นให้สูงที่สุด สำหรับนักลงทุนมือใหม่อย่าพึ่งรีบร้อนอยากลงทุนเพื่อสร้างผลกำไร ควรต้องไตร่ตรองให้ดีด้วยว่า เงินก้อนนี้ คือ เงินทั้งหมดที่เราถืออยู่พอร์ตหรือเปล่า เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเราอย่าพึ่งรีบถอน ให้เก็บหรือเติมเพื่อสร้างผลตอบแทนให้มากขึ้น เรียกง่าย ๆ ว่า เงินเก็บสำรองสำหรับตัวเองและครอบครัวในยามที่ฉุกเฉิน ฉะนั้นเงินสำหรับลงทุนควรแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน

เห็นได้ว่าในทุกวันนี้ มีคนสนใจเรื่องการลงทุนกันเป็นจำนวนมาก แม้จะมีความเสี่ยง แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทุกการลงทุนจะให้ผลตอบแทนที่น่าพึ่งพอใจ แต่นี้ก็เป็นอีกทางเลือกของนักลงทุน เพราะ การลงทุนเป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็สามารถเรียนรู้ได้ไม่ยาก เริ่มจากศึกษาสิ่งที่สนใจแล้วนำมาต่อยอด ยิ่งมีวางแผนที่ดี การลงทุนก็จะได้ดียิ่งขึ้นไปอีก อ่านเพิ่มเติม วิธีเล่นหุ้น และเทคนิคเอาตัวรอดในตลาดหุ้น จะต้องเข้าใจในสิ่งที่ตนเองกำลังลงทุน

เปิดบัญชีซื้อขายทองคำ

Categories
ความรู้ทั่วไป

รู้หรือไม่ การซื้อขายทองคำ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไหร่ Goo Invest Trade

รู้หรือไม่ การซื้อขายทองคำ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไหร่ ?

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า? การซื้อขายทองคำครั้งแรกมีความเป็นมายังไง? และการซื้อขายทองคำบนกระดานราคาทองคำเกิดขึ้นเมื่อไหร่? วันนี้ Goo Invest จะมาเล่าให้คุณฟัง

รู้หรือไม่ การซื้อขายทองคำ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไหร goo invest trade

ในอดีตการซื้อขายทองคำมีประวัติยาวนาน และเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 5,000 ปีก่อนคริสตกาล ประเทศอียิปต์ เป็นแหล่งผลิตและสร้างงานทองคำ (ประเทศที่ถือทองคำมากที่สุดในโลก)

โดยชาวอียิปต์จะใช้ทองคำในการ ‘แลกเปลี่ยน’ สินค้าและบริการ ซึ่งค่าซื้อขายจะถูกกำหนดโดยจำนวน และคุณภาพของทองคำที่ถูกนำมาแลกเปลี่ยน โดยการแลกเปลี่ยนนั้น จะนำทองคำไปตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วมาเทียบกับสิ่งของ เช่น ถุงดิน อาหาร และอื่น ๆ อีกทั้งทองคำถูกใช้เป็นเครื่องประดับ รวมถึงเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและความร่ำรวย
แต่เมื่อเวลาผ่านไป จนกระทั่งประมาณ 1,500 ปีก่อนคริสต์ศตวรรษ อาณาจักรอียิปต์ได้เปลี่ยนทองคำให้เป็น ‘สกุลเงิน’ ที่ถูกยอมรับให้เป็นสำหรับการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งการใช้เหรียญทองถือเป็นสกุลเงินกลาง และได้มาตรฐานทั่วทุกที่ในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนและในเอเชียกลาง อีกทั้งอาณาจักรโรมันก็ขุดทองคำ มาใช้อย่างแพร่หลาย และออกเหรียญทองในนาม “DUCAT” ซึ่งกลายเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมที่สุดในอาณาจักรโรมัน
.
จากนั้นทองคำก็ถูกใช้ไปทั่วโลก แม้ภายหลังแต่ละประเทศได้ออก ‘สกุลเงินเฟียต’ (Fiat Currency) หรือเงินที่ถูกประกาศให้มีมูลค่าโดยธนาคารกลาง หรือรัฐบาล ซึ่งมักจะอยู่ในรูปของธนบัตรและเหรียญ แต่ในปี 1946 ประเทศสหรัฐอเมริกา ก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจ กลายเป็นผู้กำหนด “ระบบการเงินของโลก” ให้ทองคำกลายเป็นทรัพยากรสำรองที่สนับสนุนเฟียต ตามข้อตกลง “Bretton Woods System” หรือ “ระบบเบรตตัน วูดส์”
โดยมีข้อตกลงว่าจะให้ทองคำและสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ และให้สกุลเงิน ‘ดอลลาร์สหรัฐ’ ผูกกับทองคำเพียง ‘สกุลเดียว’ ที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ 35 ดอลลาร์สหรัฐต่อทองคำ 1 ออนซ์ จากนั้นให้สกุลเงินของประเทศต่าง ๆ มาผูกกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐด้วยค่าคงที่ สามารถนำสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ มาแลกเปลี่ยนเป็นทองคำได้ ส่งผลให้การค้าภายใต้ระบบเบรตตัน วูดส์ และเศรษฐกิจทั่วโลกมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด
.
และในปี 1972 เกิดตลาดซื้อขายอนุพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกจนมาถึงปัจจุบัน คือ Chicago Mercantile Exchange หรือที่รู้จักกันในนาม (CME) ได้เริ่มต้นจัดทำการซื้อขายล่วงหน้า (Future Trading) 7 สกุลเงิน และในปี 1974 ได้เปิดตลาด Commodity Exchange หรือ COMEX ใน New York สำหรับการซื้อขายสัญญาการซื้อทองคำล่วงหน้า (Gold Futures) บนกระดานครั้งแรก จากนั้นหลังปี 1980 เป็นต้นไป ก็มีแหล่งซื้อขายเกิดขึ้นอย่างมากมายทั่วโลก จนกระทั่งมีการพัฒนาระบบซื้อขายอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดการซื้อขายบนระบบออนไลน์ในที่สุด

เปิดบัญชีซื้อขายทองคำ

Categories
การลงทุน

gold spot มีดีกว่าที่คุณคิด

gold spot

Gold Spot คืออะไร

Gold Spot มีดีกว่าที่คุณคิด ไม่ขายไม่ขาดทุนทำได้จริง หลายคนที่ซื้อขายทองคำแท่งอยู่แล้วอาจได้ยินคำนี้กันจนชิน แต่รู้หรือไม่ หลักการไม่ขายไม่ขาดทุนก็สามารถใช้กับ Gold Spot ได้เช่นกันเมื่อคุณซื้อขายโดยวางเงินค้ำประกันเท่าเท่ามูลค่าทองจริงที่คุณซื้อ อีกทั้งยังมีข้อได้เปรียบอีกมาดมายกว่าการซื้อทองคำแท่ง

ไม่เสียค่าธรรมเนียมข้ามคืน 

แน่นอนว่าทุกคนที่ซื้อขายทองคำรู้กันดีว่าจะต้องเสียค่าการเก็บรักษาหรือมิฉะนั้นจะต้องรับทองกลับบ้านเพื่อมาเก็บเองแต่เมื่อคุณเทรด Gold Spot กับ Goo Invest เรามีโบรคเกอร์ที่เป็นพันธมิตรกับเราโดยที่คุณไม่ต้องเสียค่าบริการการเก็บรักษาหรือค่าค้างคืนอีกต่อไป

ไม่ต้องถูกบังคับขายหรือให้รับทองกลับไปเก็บรักษาเองและการซื้อขาย Gold Spot นั้นยังไม่มีอายุสัญญาให้ต้องบังคับขายเมื่อหมดอายุอีกด้วย นั่นหมายความว่าคุณจะถือครองไปนานเท่าใดก็ได้

 

คอมมิสชั่นต่ำเพียง 5บาท/บาททอง 

อย่างที่ทราบกันดีว่าการซื้อขายทองคำ Gold Spot นั้นซื้อขายกันเป็น Lot แต่คุณเคยเปรียบเทียบค่าส่วนต่างราคารับซื้อขาย หรือไม่ เมื่อคุณลองคำนวนดูแล้วคุณจะพบว่า ค่าส่วนต่างรับซื้อขายหรือ คอมมิสชั่น ที่เราทราบกันดีนั้นจะตกอยู่ที่ 5บาท/1บาททองเท่านั้น นับว่าเป็นคอมมิสชั่นที่ต่ำมากครับ และ ปริมาณการซื้อขั้นต่ำนั้นเริ่มต้นเพียงแค่ 2บาททองเท่านั้น 

มีเงินหลักร้อยก็เริ่มลงทุนได้ หลายคนอยากลงทุนในหลายๆรูปแบบแน่นอนครับว่าต้องใช้ เงินทุนจำนวนหนึ่งเลยทีเดียว แต่การลงทุนในรูปแบบ Gold Spot นั้น เริ่มต้นแค่เงินเพียง 300-400 บาทก็สามารถลงทุนได้

 Gold Spot อาจจะเป็นการเริ่มต้นในการลงทุนเพราะแค่มีทุนน้อยก็สามารถที่จะลงทุนได้

หรือเป็นจุดเริ่มต้นเรียนรู้ในรูปแบบของการลงทุนครับ หรือหากคุณเป็นนักเทรดทองคำมืออาชีพอยู่แล้ว การที่คุณได้ต้นทุนค่าคอมมิสชั่นที่ต่ำก็นับว่ามีชัยไปกว่าครึ่งอีกทั้งไม่ต้องกังวลเรื่องของค่าการเก็บรักษาทองอีกด้วย

เปิดบัญชีซื้อขายทองคำ

Categories
การลงทุน

Demand Zone & Supply Zone – แนวรับ แนวต้าน คือ อะไร

แนวรับแนวต้าน

Demand Zone & Supply Zone

เชื่อว่าแทบทุกคนต้องคุ้นหูหรือเคยได้ยินคำว่า “แนวรับ-แนวต้าน”  โดยเฉพาะเมื่อเปิดไปดูข่าว หรือเจอวิเคราะห์เรื่องหุ้นต่าง ๆ ก็จะได้ยินคำสองคำนี้แน่นอน มือใหม่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าแนวรับ-แนวต้านที่นักลงทุนพูดกันหมายถึงอะไร และเทคนิคนี้มีความสำคัญอย่างไรกับการเทรด วันนี้ Goo invest จะมาให้คำตอบครับ

 

แนวรับ (Demand Zone)  คือ ระดับราคาที่มีคนต้องการซื้อมากที่บริเวณนั้น แต่ระดับราคานั้นจะอยู่บริเวณที่ต่ำกว่าราคาในปัจจุบัน คาดการณ์ว่าจะมีความต้องการซื้อเข้ามาอย่างมากเมื่อราคาลงมาที่บริเวณดังกล่าว และหากมีการซื้อเข้ามาที่มากเพียงพอก็จะสามารถหยุดหรือรับราคาที่กำลังลงมาได้ นั่นหมายถึงมีแรงซื้อที่มากกว่าแรงขาย ยิ่งมีการทดสอบหรือพยายามจะลงให้ผ่านแนวรับนี้มากเท่าไหรแต่ไม่สามารถลงไปได้จะยิ่งตอกย้ำความมั่นใจให้กับฝั่งที่เป็นแรงซื้อมากขึ้นเท่านั้น ในทางกลับกันมันกลับทำลายความมั่นใจให้กับกลุ่มที่เป็นฝั่งขายด้วยเช่นกัน

แนวต้าน (Supply Zone)  คือ ระดับราคาที่มีคนต้องการขายมากที่บริเวณนั้น แต่ระดับราคานั้นจะอยู่บริเวณที่สูงกว่าราคาในปัจจุบัน คาดการณ์ว่าจะมีความต้องการขายเข้ามาอย่างมากเมื่อราคาขึ้นมาที่บริเวณดังกล่าว และหากมีการขายเข้ามาที่มากเพียงพอก็จะสามารถหยุด หรือต้านราคาที่กำลังขึ้นมาได้ นั่นหมายถึงมีแรงขายที่มากกว่าแรงซื้อ ยิ่งมีการทดสอบหรือพยายามจะขึ้นให้ผ่านแนวต้านนี้มากเท่าไหร่แต่ไม่สามารถขึ้นไปได้จะยิ่งตอกย้ำความมั่นใจให้กับฝั่งที่เป็นแรงขายมาก

 

Demand Zone & Supply Zone

 

ขึ้นเท่านั้น กลับกันมันกลับทำลายความมั่นใจให้กับกลุ่มที่เป็นฝั่งซื้อด้วยเช่นกัน

 

สรุปแล้ว แนวรับ แนวต้าน หากจะให้พูดถึงโดยรวม จะเรียกว่า จิตวิทยาการเทรดกันเลยทีเดียว ค่าทั้งสองค่านี้ต่างมีผลอย่างมากต่อการวางแผน หรือการใช้กลยุทธ์ในการเทรดหุ้น ทั่วโลกให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และเป็นจุดที่จะทำให้นักเทรดหรือนักลงทุน ตัดสินใจซื้อหรือขาย ที่บริเวณกล่าว เกิดการต่อสู้กัน ระหว่าง นักเทรด ที่มีมุมมองต่างกัน กระทำการบางอย่างที่บริเวณนี้ ยิ่งเป็น แนวรับแนวต้านสำคัญในระดับ เดือน หรือ ปี แล้วยิ่งมีจำนวน การซื้อขายมากซึ่งหากเกิดความชัดเจนหลังการต่อสู้กันของ นักลงทุน หรือนักเทรดที่เห็นต่างกันในแต่ละระดับราคา ก็จะยิ่งส่งให้ เกิด ปริมาณการซื้อขายตามมาอีกที่ เช่นการทดสอบแนวต้านแล้วไม่ผ่านก็มักจะมีแรงขายตามมาจำนวนมาก หรือหาก สามารถผ่านแนวต้านไปได้ ราคาก็มักจะวิ่งขึ้นไป ไกล และมีปริมาณซื้อตามเข้ามาในตลาดจำนวนมากเช่นกัน ซึ่งหากเกิดความชัดเจนหลังการต่อสู้กันของ นักลงทุน หรือนักเทรดที่เห็นต่างกันในแต่ละระดับราคา ก็จะยิ่งส่งให้เกิดปริมาณการซื้อขายตามมาอีกที่ เช่นการทดสอบแนวต้านแล้วไม่ผ่านก็มักจะมีแรงขายตามมาจำนวนมาก หรือหาก สามารถผ่านแนวต้านไปได้ ราคาก็มักจะวิ่งขึ้นไป ไกล และมีปริมาณซื้อตามเข้ามาในตลาดจำนวนมากเช่นกันส่วนนักลงทุนท่านใดสนใจในเรื่องทองคำ วิเคราะห์ทองคำ ซื้อขายทองคำ สามารถเปิดบัญชีได้กับเรา Goo Invest อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนเราให้ทำบทความและคลิปวีดีโอดีๆกันต่อไปครับ

เปิดบัญชีซื้อขายทองคำ

Categories
การลงทุน

IB คือ อะไร ทำไมต้อง Gooinvest

IBคืออะไร

IB คืออะไร

IB คืออะไร

ในโลกของการเทรดทุกวันนี้จะได้ยินศัพท์เฉพาะเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะคำว่า IB เป็นชื่อที่หลายคนคุ้นหูและสงสัยไหมว่าย่อมาจากอะไร ยกตัวอย่างโดย IB ในโลกของ Social Network นั้นอาจจะย่อมาจากคำว่า Inbox คือการรับส่งข้อความนั่นเอง แต่รู้หรือไม่ว่าคำว่า IB ในโลกของการเทรดนั้นความหมายแตกต่างจากโลกของของ Social Network อย่างมาก วันนี้ Goo invest จะมาบอกความหมายของของคำว่า IB ว่าคืออะไรและมีประโยชน์หรือข้อดีข้อเสียยังไง

         ในโลกของการเทรด IB ย่อมาจาก Introducing Broker ที่แปลความหมายตรงตัวเลยคือ ผู้แนะนำโบรกเกอร์ หรือพาร์ทเนอร์ของโบรกเกอร์ โดยหน้าที่หลักของ IB ก็คือ แนะนำและเชิญชวนนักลงทุนเข้ามาเปิดบัญชีภายใต้ลิงค์ของตนเอง ซึ่งเป็นการตลาดแบบ Affiliate โดยการตลาดแบบนี้บริษัทยักษ์ใหญ่หลายเจ้า ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Amazon ก็จะใช้ระบบการตลาดแบบ Affiliate ด้วยเช่นกัน หรือในรูปแบบบริษัทประกันภัยต่างๆ ที่เรียกตัวเองว่า นายหน้าประกันภัย ก็มีระบบแบบเดียวกัน ทั้งหมดที่ว่ามานี้ก็มีหน้าที่หลักที่คล้ายคลึงกัน

การทำงานของ IB

       IB จะมีรายได้มาจากการซื้อขายของเทรดเดอร์ โดยรายได้ค่าคอมมิชชั่นที่ทาง IB จะได้รับขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละโบรกเกอร์ แต่ IB จะไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียของกำไรหรือขาดทุดในการเปิดออเดอร์ของเทรดเดอร์ โดยหน้าที่หลักจริงๆแล้วของ IB คืองานบริการ ข้อมูล ข่าวสาร ให้ลูกค้าที่เข้าร่วมสมัครและอยู่ภายใต้การดูแลของ IB นั้นๆ โดยวิธีที่นิยมทำกันก็คือการที่ IB จัดงานสัมมนา สอนเทรด สอนเทคนิค โดยจะมีโบรกเกอร์คอยให้การสนับสนุนในการจัดหรือประชาสัมพันธ์งาน โดยในมุมของเทรดเดอร์ จะมีต้นทุนเท่าเดิม ไม่ได้มีข้อเสียอะไร แต่ถ้าเทรดเดอร์มี IB ที่ดี ก็จะช่วยให้การเทรดของเราราบรื่นมากยิ่งขึ้น มีคนคอยบริการหรือสนับสนุนโดยที่เราไม่ได้มีค่าเสียบริการใดๆเลย

 ทำไมต้องมี IB

       โดยปัจจุบันเทรดเดอร์ทุกคนก็สามารถเทรดเองได้โดยไม่จำเป็นต้องสมัครผ่าน IB ครับ เพียงแต่ว่าสิ่งที่คุณจะได้รับจากการมี IB หรือการเข้าร่วมกับ IB ก็เสมือนกับเรามีสังกัดที่จะคอยดูแลเราอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ได้สิทธิพิเศษ คอร์สเรียนฟรี ส่วนลดในการซื้อคลาสเรียนหรือการวิเคราะห์แนวโน้ม ซิกแนลต่างๆ ที่ทาง IB มอบให้เรา แถมยังได้รู้จักเพื่อนนักเทรดเพิ่มขึ้นและร่วมแชร์ประสบการณ์กับเพื่อนนักเทรดในกลุ่ม โดยสิ่งที่คุณจะได้รับจากการมี IB นั้นมีข้อดีเยอะมาก ดังนั้น ถ้าหากเป็นผู้เริ่มเทรดแรก ๆ นักเทรดที่ต้องการคนคอยชี้แนะให้คำปรึกษา ก็สามารถใช้บริการ IB ได้ครับ

มาทำความรู้จักกับเรา Goo Invest

       ทำไมต้อง Goo Invest เพราะเราเป็นทีมการตลาดที่มีทักษะด้านการเทรด มาแล้วกว่าสิบปี และยังมีบนวิเคราะห์ ให้สำหรับลูกค้า ที่หาแนวทางในการเทรด และเรายังมีในส่วนของผู้จัดการส่วนตัว ที่จะคอยแก้ไขพอตให้ท่าน เป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุนอย่างใกล้ชิด และยังมีข่าวอัพเดทสถาณการณ์ต่างๆที่มีผลกระทบต่อราคาทองคำในทุกๆ 

และยังมีโปรโมชั่นอีกมากมายที่เรา ที่เราสนับสนุนนักเทรด มาเทรดกับเราที่ gooinvest trade 

เปิดบัญชีซื้อขายทองคำ

Categories
การลงทุน

5 อันดับ ประเทศที่ถือทองคำมากที่สุดในโลก

5 อันดับ ประเทศที่ถือทองคำมากที่สุดในโลก

5 อันดับ ประเทศที่ถือทองคำมากที่สุดในโลก

5 อันดับ ประเทศที่ถือทองคำมากที่สุดในโลก

ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนในปัจจุบันให้ความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวเพราะมูลค่าไม่ตกลงมากเมื่อเจอวิกฤต เมื่อโลกเกิดความผันผวน เกิดวิกฤติแค่ไหน หนึ่งสิ่งที่ขึ้นสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจ สวนทางกับตลาดทุนอย่างหุ้น นั่นคือทองคำ ทำให้นักลงทุนเลือกเพราะมีความผันผวนต่ำกว่าสินทรัพย์ชนิดอื่นๆ เมื่อซื้อแล้วมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนน้อยนั่นเอง รวมถึงธนาคารกลางแต่ละประเทศและองค์กรสำคัญในโลกที่ใช้ทองคำเป็นทุนสำรอง ที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ ทองคำนั้นจะมีความสัมพันธ์ที่ตรงข้ามกับเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งสินทรัพย์หลักอื่นๆที่อยู่ในทุนสำรองระหว่างประเทศ ดังนั้นเวลาที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงทองคำก็มักจะมีราคาเพิ่มขึ้นมา ช่วงเวลานี้เองธนาคารกลางต่างๆต้องปกป้องทุนสำรองจากความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาด ด้วยการถือทองคำอยู่ในทุนสำรอง ทองคำนั้นจึงเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าที่หลายประเทศในโลกให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆนั่นเอง

ทั้งนี้ เราจะมาดูการจัดอันดับประเทศที่ถือครองทองคำมากที่สุดในโลก โดยอ้างอิงอัพเดตล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 จาก Trading economics

 

อันดับ 1 สหรัฐอเมริกา เป็นประเทศมหาอำนาจที่เรารู้จักกันดี โดย ถือครองทองคำไว้มากถึง 8,133 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 76% ของทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่ถือครองมากที่สุดในโลกเลยทีเดียว

อันดับ 2 เยอรมนี ข้ามมาทางฝั่งยุโรปกันบ้าง โดยเยอรมนีถือเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกหากวัดตามราคาตลาด  ถือครองทองคำไว้อยู่ที่ 3,358 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 70% ในทุนสำรอง ระหว่างประเทศ

อันดับ 3 อิตาลี เดิมอิตาลีเป็นประเทศเกษตรกรรม แต่หลังจากปี .. 1945 ได้เริ่มพัฒนาภาคอุตสาหกรรมจนกระทั่งปัจจุบัน และเป็นต้นกำเนิดของรถซุปเปอร์คาร์ ที่เราเห็นกันได้ทั่วไป ถือครองทองคำไว้อยู่ที่ 2,452 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 69% ในทุนสำรอง ของทุนสำรองระหว่างประเทศ

อันดับ 4 ฝรั่งเศส  ประเทศฝรั่งเศสนับเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 10 ของโลกในปี 2008 และอันดับสองของยุโรปเมื่อวัดตามภาวะเสมอภาคของอำนาจซื้อ  รัฐบาลก็มีการตั้งรัฐวิสาหกิจและแทรกแซงเอกชนในบางครั้ง ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในระบบรถไฟ ไฟฟ้า อากาศยาน พลังงานนิวเคลียร์และโทรคมนาคมโดย ถือครองทองคำไว้อยู่ที่ 2,436 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 65%  ของทุนสำรองระหว่างประเทศ

อันดับ 5 รัสเซีย เป็นที่ทราบกันดีว่ารายได้หลักของรัสเซียคือการขายพลังงาน โดยสรุปคือการส่งออกพลังงานคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50-60% ของการส่งออกทั้งหมด โดยที่การส่งออกทั้งหมดคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% ของจีดีพีของประเทศรัสเซีย ถือครองทองคำไว้อยู่ที่ 2,302 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 62% ในทุนสำรอง ของทุนสำรองระหว่างประเทศ

 

ในบรรดา Top 5 ของประเทศที่ถือครองทองคำมากสุดนี้ รัสเซียเป็นประเทศที่มีการสำรองทองคำเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

ประเทศไทยเรานั้น อยู่ในอันดับที่ 22  ถือครองทองคำไว้อยู่ที่ 244 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 5% ในทุนสำรอง โดยอยู่อันดับที่ 9 ในฝั่งทวีปเอเชีย และมี จีน ญี่ปุ่น อินเดีย เป็นกลุ่มผู้นำในฝั่งของทวีปเอเชีย

 

ส่วนนักลงทุนท่านใดสนใจในเรื่องทองคำ วิเคราะห์ทองคำ ซื้อขายทองคำ สามารถเปิดบัญชีได้กับเรา Goo Invest อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนเราให้ทำบทความและคลิปวีดีโอดีๆกันต่อไปครับ

Categories
การลงทุน

goldspot&gold future ต่างกันอย่างไร

ลงทุนทองคำ สามารถลงทุนด้านไหนได้บ้าง

ลงทุนทองคำ สามารถลงทุนด้านไหนได้บ้าง

ลงทุนทองคำ สามารถลงทุนด้านไหนได้บ้าง

ในสถานการณ์ปัจจุบันท่ามกลางความวุ่นวายต่างๆและเหตุการณ์รุนแรงในหลายประเทศที่ไม่มีท่าทีจะสิ้นสุด เช่น สงครามระหว่างประเทศ ความตึงเครียดด้านเศรษฐกิจ การประท้วงต่างๆภายในของประเทศมหาอำนาจ ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจโลก ทำให้กลุ่มนักลงทุนต้องหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มูลค่าไม่ตกลงมากเมื่อเจอวิกฤต สินทรัพย์หนึ่งในนั้นคือทองคำเมื่อโลกเกิดความผันผวนมากเท่าไร เกิดวิกฤติแค่ไหน หนึ่งสิ่งที่ขึ้นสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจ สวนทางกับตลาดทุนอย่างหุ้น นั่นคือทองคำ ทำให้นักลงทุนเลือกเพราะมีความผันผวนต่ำกว่าสินทรัพย์ชนิดอื่นๆ เมื่อซื้อแล้วมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนน้อยนั่นเอง

เราจะมาบอกวิธีการลงทุนทองคำที่นักลงทุนนิยม ว่ามีการลงทุนในรูปแบบไหนกันบ้าง

1.ร้านตู้กระจกสีแดง

วิธีสุดคลาสสิคที่เหล่าบรรดา อากง อาม่า ลุง ป้า เข้าไปยืนต่อแถวในช่วงเวลาราคาทองขึ้นหรือลง เพื่อที่จะเลือกซื้อทองไปเกร็งกำไรหรือนำทองที่มีอยู่นำมาขาย ร้านที่ว่านั่นก็คือ ร้านทอง หรือ ห้างทองนั่นเอง รูปแบบนี้เป็นวิธีที่ง่าย ในการลงทุนทองคำในรูปแบบนี้ ข้อดีคือ สามารถจับต้อง เลือกซื้อ และควบคุมได้เองคือ เช็กราคาทองคำ แจ้งน้ำหนักทองคำที่ต้องการซื้อ ชำระเงิน แล้วรับทองคำมาเก็บไว้ และ ได้เห็นทองคำที่เป็นสินทรัพย์จริงๆ แต่ข้อเสียก็มี เช่น  ต้องคอยดูแลอย่างระมัดระวัง ต้องกังวลในการเก็บรักษา ถ้าถือครองเป็นจำนวนมาก ไปจนถึงทำหล่นหายเสียเอง โดยมูลค่าสำหรับทองคำแท่งในวันที่ซื้อและเมื่อนำทองมาขายคืนให้ร้านทอง จะเสียค่ากำเหน็จหรือเสียค่าบล็อคอีกซึ่งเป็นข้อจำกัดในการลงทุนในรูปแบบนี้

2.กองทุนทองคำ

      เป็นการนำเงินไปลงทุนทองคำผ่านกองทุนที่มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลบริหารเงินจากนักลงทุนให้เกิดผลตอบแทนที่ดี มีกำไร แล้วนำมาคืนให้แก่ผู้ลงทุนภายหลัง การเคลื่อนไหวของมูลค่าหน่วยลงทุนจะเป็นไปตามการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก รูปแบบการลงทุนนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาดูแลเองและไม่มีประสบการณ์ด้านการลงทุนในทองคำ แต่ทางกองทุนอาจจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าธรรมเนียมในการจัดการบริหารดูแลกองทุนและการถือครอง แต่สิ่งที่เราต้องพิจารณาก่อนการลงทุนในรูปแบบนี้คือ ต้องศึกษาก่อนว่ากองทุนรวมทองคำที่เราเลือกจะลงทุนนั้นนำเงินเราไปลงทุนในทองคำอย่างไร มีความเสี่ยงที่เรารับได้แค่ไหน และได้ผลกำไรตอบแทนอย่างไร

 

3.การออมทอง

       เป็นการลงทุนทองคำระยะยาวในรูปแบบการออม คือ การซื้อสะสมทองเก็บไว้ทีละน้อยกับร้านค้าทอง เมื่อออมสะสมน้ำหนักทองได้ถึงที่กำหนด ผู้ออมสามารถรับทองออกมา ช่องทางนี้เหมาะสำหรับคนที่มีงบน้อยแต่อยากทยอยซื้อทองคำไว้ลงทุน และไม่อยากทุ่มซื้อทีเดียวด้วยเงินก้อนใหญ่ และในยุคนี้ร้านค้าทองคำเพิ่มช่องทางการออมทองคำผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นเป็นอีกหนึ่งรูปแบบทางเลือกรลงทุนสำหรับผู้ที่ลงทุนน้อยแต่ได้รับกำไรมาก

 

4. Gold Futures หรือ ซื้อขายทองคำล่วงหน้า

เป็นการซื้อขายราคาทองคำที่อยู่อยู่ในตลาด โดยลักษณะจะคล้ายกับการเทรดใช้กันอย่างแพร่หลายและมีหลายหลายแพลตฟอร์ม โดยรูปแบบนี้ใช้ราคาทองมาเป็นตัวพิจารณาในการซื้อขาย หากเราซื้อมาในราคาถูกเราก็จะได้กำไรจากการค้าทอง นับเป็นการลงทุนทองคำที่เป็นทางเลือกที่ให้กำไรดี สามารถทำกำไรได้ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย แต่มีความเสี่ยงมากกว่าและต้องอาศัยความเข้าใจในการลงทุน ราคาทองอาจขึ้นลงเพียงแค่เสี้ยววินาทีและมีความผันผวนหนัก แนะนำมือใหม่ควรศึกษาให้ดีก่อนที่จะลงทุนในรูปแบบนี้

ส่วนนักลงทุนท่านใดสนใจในเรื่องทองคำ วิเคราะห์ทองคำ ซื้อขายทองคำ สามารถเปิดบัญชีได้กับเรา Goo Invest อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนเราให้ทำบทความและคลิปวีดีโอดีๆกันต่อไปครับ

Categories
การลงทุน

ลงทุนทองคำ สามารถลงทุนด้านไหนได้บ้าง

ลงทุนทองคำ สามารถลงทุนด้านไหนได้บ้าง

ลงทุนทองคำ สามารถลงทุนด้านไหนได้บ้าง

ลงทุนทองคำ สามารถลงทุนด้านไหนได้บ้าง

ในสถานการณ์ปัจจุบันท่ามกลางความวุ่นวายต่างๆและเหตุการณ์รุนแรงในหลายประเทศที่ไม่มีท่าทีจะสิ้นสุด เช่น สงครามระหว่างประเทศ ความตึงเครียดด้านเศรษฐกิจ การประท้วงต่างๆภายในของประเทศมหาอำนาจ ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจโลก ทำให้กลุ่มนักลงทุนต้องหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มูลค่าไม่ตกลงมากเมื่อเจอวิกฤต สินทรัพย์หนึ่งในนั้นคือทองคำเมื่อโลกเกิดความผันผวนมากเท่าไร เกิดวิกฤติแค่ไหน หนึ่งสิ่งที่ขึ้นสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจ สวนทางกับตลาดทุนอย่างหุ้น นั่นคือทองคำ ทำให้นักลงทุนเลือกเพราะมีความผันผวนต่ำกว่าสินทรัพย์ชนิดอื่นๆ เมื่อซื้อแล้วมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนน้อยนั่นเอง

เราจะมาบอกวิธีการลงทุนทองคำที่นักลงทุนนิยม ว่ามีการลงทุนในรูปแบบไหนกันบ้าง

1.ร้านตู้กระจกสีแดง

วิธีสุดคลาสสิคที่เหล่าบรรดา อากง อาม่า ลุง ป้า เข้าไปยืนต่อแถวในช่วงเวลาราคาทองขึ้นหรือลง เพื่อที่จะเลือกซื้อทองไปเกร็งกำไรหรือนำทองที่มีอยู่นำมาขาย ร้านที่ว่านั่นก็คือ ร้านทอง หรือ ห้างทองนั่นเอง รูปแบบนี้เป็นวิธีที่ง่าย ในการลงทุนทองคำในรูปแบบนี้ ข้อดีคือ สามารถจับต้อง เลือกซื้อ และควบคุมได้เองคือ เช็กราคาทองคำ แจ้งน้ำหนักทองคำที่ต้องการซื้อ ชำระเงิน แล้วรับทองคำมาเก็บไว้ และ ได้เห็นทองคำที่เป็นสินทรัพย์จริงๆ แต่ข้อเสียก็มี เช่น  ต้องคอยดูแลอย่างระมัดระวัง ต้องกังวลในการเก็บรักษา ถ้าถือครองเป็นจำนวนมาก ไปจนถึงทำหล่นหายเสียเอง โดยมูลค่าสำหรับทองคำแท่งในวันที่ซื้อและเมื่อนำทองมาขายคืนให้ร้านทอง จะเสียค่ากำเหน็จหรือเสียค่าบล็อคอีกซึ่งเป็นข้อจำกัดในการลงทุนในรูปแบบนี้

2.กองทุนทองคำ

      เป็นการนำเงินไปลงทุนทองคำผ่านกองทุนที่มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลบริหารเงินจากนักลงทุนให้เกิดผลตอบแทนที่ดี มีกำไร แล้วนำมาคืนให้แก่ผู้ลงทุนภายหลัง การเคลื่อนไหวของมูลค่าหน่วยลงทุนจะเป็นไปตามการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก รูปแบบการลงทุนนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาดูแลเองและไม่มีประสบการณ์ด้านการลงทุนในทองคำ แต่ทางกองทุนอาจจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าธรรมเนียมในการจัดการบริหารดูแลกองทุนและการถือครอง แต่สิ่งที่เราต้องพิจารณาก่อนการลงทุนในรูปแบบนี้คือ ต้องศึกษาก่อนว่ากองทุนรวมทองคำที่เราเลือกจะลงทุนนั้นนำเงินเราไปลงทุนในทองคำอย่างไร มีความเสี่ยงที่เรารับได้แค่ไหน และได้ผลกำไรตอบแทนอย่างไร

 

3.การออมทอง

       เป็นการลงทุนทองคำระยะยาวในรูปแบบการออม คือ การซื้อสะสมทองเก็บไว้ทีละน้อยกับร้านค้าทอง เมื่อออมสะสมน้ำหนักทองได้ถึงที่กำหนด ผู้ออมสามารถรับทองออกมา ช่องทางนี้เหมาะสำหรับคนที่มีงบน้อยแต่อยากทยอยซื้อทองคำไว้ลงทุน และไม่อยากทุ่มซื้อทีเดียวด้วยเงินก้อนใหญ่ และในยุคนี้ร้านค้าทองคำเพิ่มช่องทางการออมทองคำผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นเป็นอีกหนึ่งรูปแบบทางเลือกรลงทุนสำหรับผู้ที่ลงทุนน้อยแต่ได้รับกำไรมาก

 

4. Gold Futures หรือ ซื้อขายทองคำล่วงหน้า

เป็นการซื้อขายราคาทองคำที่อยู่อยู่ในตลาด โดยลักษณะจะคล้ายกับการเทรดใช้กันอย่างแพร่หลายและมีหลายหลายแพลตฟอร์ม โดยรูปแบบนี้ใช้ราคาทองมาเป็นตัวพิจารณาในการซื้อขาย หากเราซื้อมาในราคาถูกเราก็จะได้กำไรจากการค้าทอง นับเป็นการลงทุนทองคำที่เป็นทางเลือกที่ให้กำไรดี สามารถทำกำไรได้ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย แต่มีความเสี่ยงมากกว่าและต้องอาศัยความเข้าใจในการลงทุน ราคาทองอาจขึ้นลงเพียงแค่เสี้ยววินาทีและมีความผันผวนหนัก แนะนำมือใหม่ควรศึกษาให้ดีก่อนที่จะลงทุนในรูปแบบนี้

ส่วนนักลงทุนท่านใดสนใจในเรื่องทองคำ วิเคราะห์ทองคำ ซื้อขายทองคำ สามารถเปิดบัญชีได้กับเรา Goo Invest อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนเราให้ทำบทความและคลิปวีดีโอดีๆกันต่อไปครับ

เปิดบัญชีซื้อขายทองคำ

Categories
การลงทุน ธุรกิจ

ทำไมต้องเทรดกับ Exness Ep.8 เป็นที่ยอมรับระดับสากล


ทำไมต้องเทรดกับ Exness

เชื่อมต่อ Exness กับกระเป๋า Crypto ของคุณได้ทั่วโลก bitkub, zipmex, binance

เชื่อมต่อ ฝาก ถอน Exness กับกระเป๋า Crypto ของคุณได้ทั่วโลก

ทำไมต้องเทรดกับ Exness Ep.8
เชื่อมต่อ ฝากถอน Exness กับกระเป๋า Crypto ของคุณได้ทั่วโลก
ฟรีค่าธรรมเนียมฝาก (Gas fee) กับ Bitkub, Zipmex, Binance นั่นหมายความคุณสามารถเชื่อมต่อการเงินของคุณไปได้ทั่วโลกแบบไร้ข้อจำกัด โดยคุณสามารถฝากเข้ากระเป๋าของคุณได้ฟรีอีกด้วย
Cryptocurrency หรือสกุลเงินดิจิตอล นับว่าเป็นระบบการเงินใหม่ที่เกิดขึ้นและเติบโตให้เห็นอย่างชัดเจนตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยมีสกุลหลักที่เติบโตมากที่สุดคือ Bitcoin หรือ BTC ที่ทุกคนรู้จัก
นักการเงินหลายคนคาดการณ์ไว้ว่า Cryptocurrency หรือสกุลเงินดิจิตอล จะมาเปลี่ยนแปลงระบบการเงินโลกได้ในอนาคต และมีตัวแทนซื้อขายที่ยอมรับไปทั่วโลกอย่าง bitkub, zipmex, binance โดยเงินจะถูกเก็บไว้ในกระเป๋าเงินดิจิตอลซึ่งคุณสามารถเชื่อมต่อกระเป๋าเงินกับทาง Exness ได้แล้ว
เปิดบัญชีเทรดกับ Exness
 
 

://bit.ly/35Odlar 

สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก Goo Invest

รับวิเคราะห์ต้นฉบับก่อนลงYoutube

Idea trade ยาว

บัญชีเทรดสั้น

เลขบัญชี mt4 : 11632883

Password : member only

Server : Real

สอบถามเพิ่มเติม Line @ : @gooinvesttrade หรือคลิ๊กลิ้งด้านล่าง https://bit.ly/2Nuxmd0

 

 

PTT OR IPO ใหม่ มาแรง

PTTOR IPO ใหม่ มาแรงทำระบบ แบงค์ล่ม PTT OR IPO ใหม่ มาแรง หรือ OR  บริษัท ปตท.นํ้ามันและการค้าปลีก จ

Read More »

ข่าวหุ้นล่าสุด ข่าวเด่นวันนี้ วันที่ 14 ธันวาคม 2564

หุ้นวันนี้

Categories
การลงทุน ธุรกิจ

ทำไมต้องเทรดกับ Exness Ep.7 เป็นที่ยอมรับระดับสากล


ทำไมต้องเทรดกับ Exness

0% Stop Out ไม่พลาดการโอกาศทำกำไร

0 % Stop Out

ทำไมต้องเทรดกับ Exness Ep.7
0% Stop Out ไม่พลาดการโอกาศทำกำไร
เชื่อว่าใครก็ต้องเคยเจอปัญหาการถูกบังคับปิดหรือ Stop Out ด้วยกันมาก่อนทั้งสิ้นและอาจยังไม่เข้าใจการถูกบังคับปิด โดยที่ยังมีเงินคงเหลือในบัญชีเทรดของคุณ นั่นทำให้คุณพลาดโอกาศการคืนทุนและการต้องโดยบังคับปิดแบบขาดทุน
Stop Out แต่ละโบรคเกอร์นั้นมีเกณฑ์ที่ต่างกันซึ่งส่วนใหญนั้นจะกำหนดที่ 50% โดยคำนวนจาก Margin ที่ใช้ไปซึ่งการเรียกมาร์จิ้นหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันของแต่ละสินทรัพย์และ Leverage ที่ต่างกันไปแต่จะขอยกตัวอย่างให้เข้าใจอย่างง่ายดังนี้
ในกรณีโบรคเกอร์ทั่วไป Stop Out 50%
หากคุณมีทุนที่ 1000บาท และสินทรัพย์ที่คุณทำการเทรดมีการเรียกมาร์จิ้นหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ 500บาท การคำนวน Stop Out 50% จะคำนวนจากหลักทรัพย์ค้ำประกันจากตัวอย่างระบบ Stop out จะทำการปิดออเดอร์เมื่อคุณติดลบรวม -750 หรือ มีเงิน Equity เหลือ 250
ในกรณี Stop Out 0% จะทำงานเมื่อติดลบ -1000 หรือ Equity เหลือ 0 จากตัวอย่างก่อนหน้านั่นหมายถึงคุณสามารถใช้วงเงินค้ำประกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
เปิดบัญชีเทรดกับ Exness
 

://bit.ly/35Odlar 

สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก Goo Invest

รับวิเคราะห์ต้นฉบับก่อนลงYoutube

Idea trade ยาว

บัญชีเทรดสั้น

เลขบัญชี mt4 : 11632883

Password : member only

Server : Real

สอบถามเพิ่มเติม Line @ : @gooinvesttrade หรือคลิ๊กลิ้งด้านล่าง https://bit.ly/2Nuxmd0

 

 

PTT OR IPO ใหม่ มาแรง

PTTOR IPO ใหม่ มาแรงทำระบบ แบงค์ล่ม PTT OR IPO ใหม่ มาแรง หรือ OR  บริษัท ปตท.นํ้ามันและการค้าปลีก จ

Read More »

ข่าวหุ้นล่าสุด ข่าวเด่นวันนี้ วันที่ 14 ธันวาคม 2564

หุ้นวันนี้