เทคนิคทำกำไรในตลาดหุ้น เคล็ดลับของคนที่ประสบความสำเร็จ

เทคนิคทำกำไรในตลาดหุ้น หลังจากที่คุณลงทุนในตลาดหุ้น ทุกคนคงคาดหวังให้เงินที่ลงทุนเติบโต สร้างความมั่งคั่งร่ำรวยให้ตนเอง ซึ่งการลงทุนใน “หุ้น”  ขึ้นชื่อว่าเป็นการลงทุนในตราสารการเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด เมื่อเทียบกับตราสารชนิดอื่นๆ อย่างเงินฝาก หรือตราสารหนี้ แต่..อย่าลืมว่าความเสี่ยงของมันก็สูงที่สุดเช่นกัน! มีหลายคนเดินเข้ามาในตลาดหุ้นแล้วเปลี่ยนฐานะกลายเป็นเศรษฐีได้ภายในเวลาไม่นาน ขณะเดียวกันตลาดหุ้นไม่ได้ใจดีกับทุกคน มันทำให้นักลงทุนกลายเป็นคนถังแตกได้เหมือนกันนะ! ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการเลือก “วิธีการลงทุน” ถ้าเลือกวิธีการลงทุนที่เหมาะกับตัวเอง ก็มีโอกาสสูงที่ “หุ้น” จะช่วยเปลี่ยนนักลงทุนธรรมดาให้กลายเป็นเศรษฐี แต่บางคนที่ลงทุนในหุ้นแบบผิดวิธี เงินทั้งหมดก็อาจจะหล่นหายไปกับตลาดหุ้นได้ บางครั้งอาจถึงขั้นหมดเนื้อหมดตัวจากตลาดหุ้นเลยก็เป็นได้ ทั้งๆ ที่เคล็ดลับในการสร้างผลตอบแทนจากตลาดหุ้นก็ชัดเจนและง่ายมากๆ คนส่วนมากลงทุนแล้วขาดทุน สาเหตุหลักเป็นเพราะว่า คนส่วนมากหวังจะรวยเร็วจากตลาดหุ้น เลยไม่พอใจกับการได้ผลตอบแทน 10% ต่อปี จากการเติบโตที่แท้จริงของการลงทุนนี้ แต่ฝันถึงการทำกำไรได้ 50% หรือ 100% ต่อปี โดยเก็งกำไรจากราคาหุ้นที่ขึ้นลงรายวันแทน เพราะฉะนั้นถ้าคุณอยากทำกำไรจากการลงทุนในหุ้น สามารถเริ่มทำได้จาก 5 สิ่งนี้ 

 

เทคนิคทำกำไรในตลาดหุ้น เคล็ดลับของคนที่ประสบความสำเร็จ Gooinvest

เทคนิคทำกำไรในตลาดหุ้น ง่ายๆด้วย 5 สิ่งนี้

1. เทคนิคทำกำไรในตลาดหุ้น ด้วยการ เลิกฟังคนอื่น และ หาความรู้ด้วยตนเอง

ถ้ามีคนนึงขายหุ้น ก็ต้องมีคนนึงซื้อหุ้น และเมื่อมีคนนึงได้กำไร อีกคนก็ต้องขาดทุนเสมอ และพวกข่าวลือ ข่าวล่อ ข่าวหลอก ข่าวลวง ข่าว เหล่านี้เกิดขึ้นปะติดปะต่อกันในตลาดหุ้นทุกยุคทุกสมัย ข่าวเหล่านี้ จะถูกนำมาใช้เป็นกลยุทธ์ใช้ทำกำไรในตลาดหุ้น เราจะมองเห็นในเรื่องของตลาดหุ้น “เท็จคือจริง จริงคือเท็จ” ตลอด ดังนั้น เมื่อเราได้ยินข่าวมาแล้วควรจะต้องฟังหูไว้หู และใช้วิจารณญาณเฝ้าพิจารณา การที่เดินตามคนอื่น จะทำให้คุณเป็นแกะตาบอด เป้าหมายของคุณคือการเป็นนักเทรดที่ประสความสำเร็จ ไม่ใช่ตามใครซักคนอย่างไม่ลืมหูลืมตา ปล่อยให้เขาจูงจมูก ไม่ว่าจะไปทางไหน ในฐานะนักเทรดคุณจำเป็นต้องมีวิธีการ ขั้นตอนในการวิเคราะห์ตลาด และสามารถทำการ วิเคราะห์กราฟด้วยตัวเอง ซึ่งจะทำให้คุณเข้าใกล้ความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น โดยการวิเคราะห์ด้วยตัวเอง จะทำให้คุณ เป็นคนมีความมั่นใจในตัวเอง  ได้เรียนรู้ในการเทรด แต่ถ้า คุณตามคนที่บอกว่าเขาเป็นมืออาชีพอย่างไม่ลืมหูลืมตา คุณจะทำกำไรได้อย่างไร ถ้าวันหนึ่งมืออาชีพเหล่านั้น ไม่ให้เคล็ดลับ หรือเคล็ดลับของเขามันใช้ไม่ได้อีกต่อไป สิ่งที่คุณเริ่มต้นมาทั้งหมดก็จะเสียเปล่า

2. เทคนิคทำกำไรในตลาดหุ้น ด้วยการ วางแผนการเทรดกลยุทธ์การจัดการเงิน

การกำหนดระดับการขาดทุนที่ยอมรับได้ว่าจะเป็น 1% 2% 3% 4% หรือ 5% ของเงินทุนทั้งหมดนั้น ขึ้นอยู่กับการรับความเสี่ยงได้ของแต่ละคน แต่พยายามอย่าเกิน 7% ของพอร์ต เพราะเวลาเราพลาดต่อเนื่องกันหลายๆ ครั้ง เราจะกลับมาเท่าทุนได้ยาก นักลงทุนที่สามารถทำกำไรได้ในระยาวนั้น มักลดความสำคัญของวิธีการเข้าออก แล้วหันมาสนใจ Reward/Risk มากขึ้น โดยมองเป็นจังหวะเทรดตามหน้างานไป จังหวะไหนที่ Reward/Risk สวยๆ ถึงจะเข้าเทรด (จังหวะที่เรามองว่าเราจะมีโอกาสได้กำไรได้มากกว่าขาดทุน) การตัดขาดทุน (Stop Loss) เป็นสิ่งสำคัญมากในการลงทุนใน DW เนื่องจาก DW มีค่าเสื่อมเวลา (Time decay) และวันหมดอายุ การที่จะถือ Derivative Warrants (DW) ไปเรื่อยๆ โดยไม่มีจุด Stop Loss ย่อมมีความเสี่ยงสูง และอาจทำให้เกิดความเสียหายได้อย่างมาก นักลงทุนจึงควรกำหนดจุด Stop Loss ก่อนเข้าลงทุนทุกครั้ง และเมื่อถึงเวลาที่ราคาลงมา ณ จุดนั้นจริงๆ ก็ต้องทำตามแผนอย่างมีวินัยด้วย   อีกอย่างที่สำคัญคือ การเทรด DW โดยการใช้ Leverage ที่สูงเกินตัว หรือมี Position Sizing ในสัดส่วนที่มากกว่าปกติ เช่น หากนักลงทุนต้องการลงทุนใน DW ที่มีอัตราทด 5 เท่า ด้วยจำนวนเงิน 5 แสนบาท แปลว่าความจริงแล้ว นักลงทุนกำลังลงทุนใน DW ที่มีอำนาจซื้อจริงๆ คือ 2.5 ล้านบาท (500,000 บาท x 5 เท่า) ซึ่งการลงทุนแบบที่เราใช้ Leverage สูงเกินตัว แปลว่า… เรากำลังลงทุนบนระดับความเสี่ยงที่เกินกว่าเราจะรับได้ ซึ่งสิ่งนี้เองอาจทำให้นักลงทุนหมดเงินทุนได้ภายในระยะเวลาไม่นาน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมักเกิดจากการเทรดโดยใช้อารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง อารมณ์ที่ส่งผลต่อการ Overtrade มากที่สุด มี 2 อารมณ์ คือ อารมณ์โกรธและอารมณ์ของความโลภ เมื่อทั้งสองอารมณ์นี้เข้ามาครอบงำการเทรดของนักลงทุนแล้ว อาจส่งผลให้เราทำการเทรดแบบ Overtrade และที่สำคัญคือ เมื่อเกิดขึ้นแล้วมักผิดพลาดง่ายมาก แถมยังควบคุมได้ยากอีกด้วย ดังนั้น เราควรบริหารความเสี่ยงและดูอัตราทดที่เรารับได้ รวมถึงใช้เงินลงทุนให้เหมาะสมกับอัตราทดที่กำลังจะลงทุนด้วยเช่นกัน

3. ควบคุมอารมณ์ ความโลภ ความกลัว

เนื่องจากการลงทุนหุ้นต้องใช้ทักษะวิเคราะห์เชิงเหตุและผลสูงมาก ทั้งสภาพเศรษฐกิจ พื้นฐานธุรกิจ วิเคราะห์เชิงตัวเลข วิเคราะห์เชิงคุณภาพ การคาดการณ์ความน่าจะเป็นในอนาคต และอื่นๆ ไม่มีทางที่ว่านักลงทุนจะมีทักษะการลงทุนเท่าๆ กัน ซึ่งคุณสามารถ ปรึกษาการลงทุน กับคนที่มีทักษะเหล่านี้มากกว่า ก็จะสามารถลงทุนได้ผลตอบแทนดีกว่า คนที่ซื้อขายหุ้นตาม “อารมณ์” อย่างเดียวโดยไม่มีการวิเคราะห์ใดๆ

ข้อผิดพลาดของการลงทุนโดยใช้ “อารมณ์” ได้แก่ซื้อหุ้นตามข่าว ตามเพื่อนบอก โดยไม่เคยรู้จักธุรกิจจริงๆ กระจายความเสี่ยงไม่เป็น ทำให้พอร์ตขาดทุนหนัก หุ้นกำไรนิดหน่อยขาย หุ้นขาดทุนเยอะๆ ยังเก็บไว้ หุ้นที่กำไร กำไรนิดเดียว หุ้นที่ขาดทุน ขาดทุนหนักมาก ไม่กล้าลงทุนตอนหุ้นดีๆ ราคาลดลงมา เพราะกลัวราคาจะลงมาอีก รอซื้อหุ้นตอนราคาสูงๆ แล้ว เพราะกลัวจะขึ้นไปอีก และอาจจะมีเหตุผลอื่นๆเพิ่ม ซึ่งข้อผิดพลาดเหล่านี้เอง ที่ส่งผลให้ผลตอบแทนของคนกลุ่มนี้ ได้ผลตอยแทนต่ำกว่าตลาด หรือบางคนอาจขาดทุนหมดตัวจากตลาดหุ้นได้

4. เทคนิคทำกำไรในตลาดหุ้น ด้วยการ อย่าทำตัวเป็นนักพนันมากกว่านักลงทุน

หลายคนเข้าใจกันว่า นักเล่นหุ้นต้องกล้าได้กล้าเสี่ยง เป็นแค่การมองเหรียญเพียงด้านเดียวเท่านั้น ยังมีอีกด้านของเหรียญ ด้านที่ประกอบด้วยความเข้าใจในการลงทุนในหุ้น ความระมัดระวัง ตรรกะและหลักการ มันคือ การประเมินโอกาสชนะและขาดทุนอย่างละเอียดรอบคอบ ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง พูดให้ถูกก็คือจะเล่นหุ้น กล้าได้ กล้าเสี่ยงกับหุ้นที่เราวิเคราะห์มาแล้วอย่างดีเท่านั้นว่า มีโอกาสทำกำไรสูง และมีโอกาสขาดทุนหรือมีความเสี่ยงต่ำ ดังนั้น ความกล้าได้ กล้าเสี่ยง เป็นแค่ภาพที่คนภายนอกเห็นแค่นั้น แต่นักลงทุนที่เก่งและรวยจริง ๆ จะเสี่ยงมากเมื่อมีโอกาสชนะสูงมาก ๆ เท่านั้น คนที่กล้าได้ กล้าเสี่ยง โดยไม่วิเคราะห์อะไรเลย ควรจะไปเล่นพนันที่มาเก๊าดีกว่ามาเป็นนักลงทุน

5. หัดยอมเป็นผู้แพ้

เทคนิคการทำกำไร ในตลาดหุ้น เราต้องไม่ใช้อีโก้เพื่อเอาชนะในสิ่งที่มูลค่าต่ำกว่าการลงแรงเป็นอันขาด ต้องรีบตัดขาดทุน รีบวางแผนเพื่อหนีก่อนที่ทุกอย่างจะถลำลึกเกินไป ความผิดพลาดถือเป็นบทเรียน ต้องพิจารณาวิเคราะห์ความผิดพลาดของเราเสมอ อะไรคือดี อะไรคือแย่ เราจะต้องเป็นคนมองอะไรหลาย ๆ มุมแล้วเราจะปรับตัวเองได้ เมื่อปรับตัวเองได้ ความผิดพลาดทั้งหลายที่เกิดขึ้น ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ จนในที่สุดจะกลายเป็นจุดเด่นของเรา ตรงไหนเป็นจุดดีให้คงไว้ ตรงหนเป็นสิ่งที่ผิดพลาด ต้องพิจารณาวิเคราะห์สิ่งผิดพลาดที่ผ่านมาและมีการพิจารณาปรับปรุง

การลงทุนในตลาดหุ้นสามารถทำผลตอบแทนได้สูงกว่าการลงทุนในทรัพย์สินอื่นๆ อยู่แล้ว ขอเพียงแค่อดทนกับความผันผวนระยะสั้นและถือครองการลงทุนไปได้เรื่อยๆ

ยิ่งตัดค่าใช้จ่ายและอารมณ์ออกไปได้จากการลงทุนได้มากเท่าไหร่ โอกาสที่จะทำผลบตอบแทนระยะยาวได้เหนือกว่านักลงทุนคนอื่นๆก็มีสูงมากขึ้นเท่านั้น 

<i class="fab fa-facebook" aria-hidden="true"></i> Share on facebook
Facebook
<i class="fab fa-twitter" aria-hidden="true"></i> Share on twitter
Twitter