ข่าวหุ้น เศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน Goo Invest Trade

ข่าวหุ้นล่าสุด ข่าวเด่นวันนี้ วันที่ 21 ตุลาคม 2564

นักวิเคราะห์คาดราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับลดสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ โดยปัจจัยบวก ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 15 ต.ค. 64 ปรับตัวลดลง 0.4 ล้านบาร์เรล สู่ 426.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งลดลงสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.9 ล้านบาร์เรล ขณะที่ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบ คุชชิง โอกลาโฮมา ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี

โดยเจ้าชายอับดูลาซิส บิน ซัลมาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานซาอุฯ กล่าวว่าจากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้โรงไฟฟ้าหันมาใช้น้ำมันในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น โดยอาจทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นราว 5-6 แสนบาร์เรลต่อวัน ขึ้นกับสภาพอากาศในช่วงฤดูหนาว ซึ่งตลาดน้ำมันยังคงได้รับแรงหนุนจากอุปทานที่ตึงตัว หลังกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตร ยังคงมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าความต้องการใช้น้ำมันจะฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยกลุ่มมีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิต 4 แสนบาร์เรลต่อวันในเดือน พ.ย. 64  โดยจะมีการหารือถึงแผนในเดือน ธ.ค. ในการประชุมกลุ่มวันที่ 4 พ.ย. 64

ทั้งนี้สำหรับราคาน้ำมันเบนซินจะการปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากปริมาณการผลิตน้ำมันเบนซินในภูมิภาคเอเชียที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินและน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงราคาน้ำมันดีเซลจะปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในภูมิภาคยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์โควิด-19 ที่ดีขึ้น ขณะที่อุปทานยังคงตึงตัวจากการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นในเอเชียเหนือ

 

ขอบคุณ : ประชาชาติธุรกิจ

รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมตั้งงบ 1 แสนล้านเยน ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงภายในประเทศ

นิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเตรียมจัดตั้งกองทุนงบประมาณ 1 แสนล้านเยน ในการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงภายในประเทศ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ โดยกองทุนดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์  เทคโนโลยีควอนตัม เทคโนโลยีชีวภาพ และหุ่นยนต์ โดยจะเริ่มดำเนินการในปี 2022

โดยกองทุนดังกล่าวจะอยู่ภายใต้องค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือเอ็นอีดีโอ และสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีญี่ปุ่น หรือ เจเอสที โดยจะมอบเงินทุนให้กับมหาวิทยาลัยและบริษัทเอกชนในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่รัฐบาลเห็นว่ามีความสำคัญ ซึ่งอยู่ในงบประมาณเพิ่มเติมในปีงบประมาณ 2021 ซึ่งจะจัดสรรขึ้นหลังการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 31 ต.ค.นี้ และเริ่มดำเนินโครงการในปี 2022 ซึ่งกองทุนดังกล่าวยังจะมีการจัดสรรต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี

ทั้งนี้เป้าหมายใหญ่คือเร่งผลักดันเทคโนโลยีของญี่ปุ่นสู่การใช้งานจริง เนื่องจากที่ผ่านมาแม้ว่าญี่ปุ่นจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง แต่มักไม่ได้รับการนำมาประยุกต์ใช้ เนื่องจากขาดแคลนเงินทุนสนับสนุน และกลายเป็นช่องทางให้บริษัทต่างชาติสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านั้นผ่านการเข้าซื้อกิจการหรือการซื้อตัวนักวิจัย ซึ่งนับเป็นความพยายามล่าสุดของญี่ปุ่นในการฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านการขับเคลื่อนด้านเทคโนโลยี หลังจากที่ปล่อยให้หลายประเทศพัฒนาแซงหน้าไปเป็นเวลานาน แต่ยังคงมีความท้าทายที่ต้องติดตามต่อไปไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้งว่าจะราบรื่นดังที่นายกรัฐมนตรีคิชิดะคาดหวังหรือไม่ รวมถึงความเสี่ยงที่ญี่ปุ่นอาจถูกโจมตีจากนานาชาติว่าการสนับสนุนเม็ดเงินมหาศาลให้กับภาคเอกชนในประเทศเช่นนี้ อาจเป็นการแทรกแซงตลาดอย่างไม่เป็นธรรม

 

ขอบคุณ : ประชาชาติธุรกิจ

 

 

หอการค้า เผย GDP ปี 64 เติบโต 1.0-1.5%

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า  ครม.อนุมัติงบประมาณ 54,600 ล้านบาท สำหรับมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐ 4 โครงการ ได้แก่ โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ โครงการคนละครึ่ง และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนจำนวนมากมาตรการดังกล่าวจะเป็นการบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพ และยังช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ประมาณ 95,000 ล้านบาท ส่งผลให้ ประมาณการณ์เศรษฐกิจ ของประเทศไทยในปี 64 นี้ เพิ่มเป็น 1.0-1.5%

ซึ่งค่าใช้จ่ายของประชาชนใน 2 เดือนสุดท้าย จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญตัวหนึ่งในการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ นอกเหนือจากเม็ดเงินที่จะได้จากการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะแม้ว่าจะเริ่มเปิดเมืองในเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะยังไม่ได้เข้ามาทันทีทันใด ดังนั้น การบริโภค และการเดินทางภายในประเทศจึงเป็นตัวเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่สำคัญคือประชาชน และผู้ประกอบการ ต้องไม่ละเลยการระมัดระวังตัว และรักษามาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการแพร่ระบาด

ทั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพได้ส่วนหนึ่ง และหลังจาก น้ำท่วม จะต้องมีการก่อสร้าง การจับจ่ายใช้สอยเพื่อฟื้นฟูความเสียหาย โดยส่วนนี้ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนได้ และเกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น

 

ขอบคุณ: ประชาชาติธุรกิจ

 

บริษัทเหล็กยักษ์ใหญ่เผย แนวโน้มความต้องการใช้เหล็กเพิ่มขึ้น

นายราจีฟ มังกัล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทาสตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ความต้องการใช้เหล็กในประเทศซบเซา จากที่เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 2 ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ ที่ยืดเยื้อ การก่อสร้างชะลอตัวลง แต่ทางบริษัทได้ยอดขายจากตลาดส่งออกมาชดเชยทำให้ไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นการส่งออกเหล็กแท่งครั้งแรกในรอบ 15 ปี ไปยังแคนนาดา ได้ปริมาณ 22,000 ตัน อีกทั้งได้รับแรงหนุนจากราคาเหล็กที่ปรับตัวดีขึ้น ตามตลาดโลก ทำให้ราคาสินค้าสำเร็จรูปและโลหะเพิ่มขึ้น

ซึ่งคาดว่าสถานการณ์ราคาเหล็กจะยังคงมีราคาสูงขึ้นจากตลาดโลก เนื่องจากจีนผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกได้ลดการผลิตเหล็กลง ทำให้ตลาดมีความต้องการสินค้ามากขึ้นและมีการขยับขึ้นราคามาต่อเนื่อง ขณะนี้ราคาเหล็กในตลาดโลกเฉลี่ย 750-760 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่งผลให้ราคาเหล็กตลาดในประเทศต้องปรับขึ้นเป็น 25,600-25,700 บาทต่อตัน จากเดือนก่อนซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 23,500 บาทต่อตัน

ทั้งนี้แนวโน้มความต้องการใช้เหล็กในประเทศมีแนวโน้ม “เพิ่มขึ้น” จากประชาชนต้องการซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วมใน 18 จังหวัด รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมีผลต่อความเชื่อมั่นเกิดการลงทุนซึ่งมีผลต่อกิจการของบริษัทรวมถึงเชื่อว่าจากนี้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น และภาพรวมการดำเนินการกิจการของบริษัทยังให้ความสำคัญตลาดในประเทศเป็นหลัก เพราะเมื่อเศรษฐกิจดีความต้องการก็จะเพิ่มขึ้น

 

ขอบคุณ : ประชาชาติธุรกิจ

 

 

สหกรณ์ เผยราคาปุ๋ยปรับตัวสูงถึงปี 65 เนื่องจากราคาน้ำมัน เร่งช่วยสมาชิกลดต้นทุนผลิตปุ๋ยถูกกว่าท้องตลาด

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ราคาปุ๋ยมีปรับตัวสูงขึ้นและมีแนวโน้มถึงต้นปี 2565 เกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความต้องการปุ๋ยเคมีสำหรับใช้ในการเพาะปลูกของเกษตรกรในต่างประเทศ เช่น อินเดีย อัตราค่าระวางการขนส่งสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ รวมทั้งประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศสูงถึง 97%

โดยกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายในจึงได้ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย สมาคม คนไทยธุรกิจเกษตร ดำเนินโครงการ “พาณิชย์ลดราคา! ปุ๋ยช่วยเกษตรกร” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจำหน่ายปุ๋ยเคมีราคาถูกให้เกษตรกรผ่านสถาบันเกษตรกร เช่น สหกรณ์การเกษตร วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มเกษตรกร มีปริมาณปุ๋ยเคมีที่เข้าร่วมโครงการ 208,411 ตัน โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้สำหรับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าว 186 แห่ง และได้รับการจัดสรรปุ๋ยเคมีจากบริษัท ที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 29,807 ตัน และได้มีการขยายระยะเวลาโครงการต่ออีก 2 เดือน ซึ่งจะสิ้นสุดโครงการในเดือนตุลาคม 2564 นี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือสมาชิกของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้ได้ซื้อปุ๋ยเคมีในราคาถูกสามารถสั่งซื้อปุ๋ยผ่านสหกรณ์การเกษตรกลุ่มเกษตรกรที่ตนเองสังกัดได้ จนถึงวันสิ้นสุดโครงการ 31 ตุลาคม 2564 นี้ ในขณะนี้มีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร จำนวน 112 แห่งใน 44 จังหวัด ต้องการปุ๋ยเคมีสำหรับบริการแก่สมาชิกปริมาณ 32,214 ตัน หากเกษตรกรยังมีความต้องการในการใช้ปุ๋ยเคมีที่ราคาถูกกว่าท้องตลาด

 

 

ขอบคุณ ประชาชาติธุรกิจ