LOGO Goo Invest
Categories
ข่าวหุ้น

ข่าว หุ้น ธุรกิจ วันที่ 17 ธันวาคม 2564

ข่าวหุ้น เศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน Goo Invest Trade

ข่าวหุ้นล่าสุด ข่าวเด่นวันนี้ วันที่ 17 ธันวาคม 2564

เช้านี้หุ้นไทยแกว่งขึ้น

           นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะซิกแซกขึ้นได้ หลังจากที่ผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) หลังจากที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 0.25% ทำให้ไปกดดันให้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าขึ้น ส่งผลให้มีแนวโน้มที่เงินทุนต่างชาติจะไหลเข้ามา และเมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติก็ซื้อสุทธิมากด้วย และยังทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นด้วย ซึ่งตลาดบ้านเราก็จะได้รับประโยชน์

   ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และจะยุติโครงการ Pandemic Emergency Purchase Programme (PEPP) วงเงิน 1.85 ล้านล้านยูโรในเดือนมี.ค. แต่ก็ยังเปิดช่องคงสนับสนุนเศรษฐกิจต่อไป และยังคงเลือกที่จะดำเนินการถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป

        ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอนในยุโรปต่อไป และติดตามความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนด้วย หลังจากที่สหรัฐสั่งคว่ำบาตรบริษัท SenseTime Group ฐานละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อแรงงานชาวมุสลิมอุยกูร์ ในเขตปกครองตนเองซินเจียง

       

ตลาดบ้านเราวันนี้คงจะขึ้นได้ในกรอบจำกัด โดยจะต้องติดตามตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะประกาศการปรับการคำนวณดัชนี SET50 และ SET100 และสัปดาห์หน้าก็จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และให้ติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ ซึ่งจะมีเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อาจออกมาเพิ่มอีก

     พร้อมให้แนวรับ 1,635-1,630 จุด ส่วนแนวต้าน 1,650-1,660 จุด ซึ่งเมื่อดัชนีฯขึ้นไปแถว 1,650 จุดขึ้นไปก็จะต้องระวังการแกว่งตัว

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

 

ขอบคุณ : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ 

ราคาทองวันนี้ เพิ่มขึ้น 150 บาท

ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง ปี 65

       นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงการจัดอันดับ 10 ธุรกิจดาวรุ่ง และ 10 ธุรกิจดาวร่วง ในปี 2565 ว่า สำหรับการจัดอันดับธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง ใน ปี 2565 จะมีเกณฑ์การให้คะแนน ใน 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านยอดขาย 20 คะแนน, ด้านต้นทุน 20 คะแนน, กำไรสุทธิ 20 คะแนน, ผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงและภาวะการแข่งขัน 20 คะแนน และความต้องการ/ความสอดคล้องกับกระแสนิยม 20 คะแนน รวมทั้งหมด 100 คะแนน
 
10 อันดับธุรกิจดาวรุ่งในปี 2565 มีดังนี้
 
อับดับ 1 ธุรกิจการแพทย์-ความงาม, ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

อันดับ 2 ธุรกิจแพลตฟอร์ม

อันดับ 3 ธุรกิจโลจิสติกส์-delivery-คลังสินค้า, ธุรกิจด้าน fintech, ธุรกิจประกันภัย-ประกันชีวิต

อันดับ 4 ธุรกิจเวชภัณฑ์ ยา เภสัชภัณฑ์, ธุรกิจเครื่องมือแพทย์

อันดับ 5 ธุรกิจอาหารเสริมและสุขภาพ-ขายตรง

อันดับ 6 ธุรกิจแปรรูปยาง (ถุงมือยาง ถุงยางอนามัย) ธุรกิจอาหารสำเร็จรูป

อันดับ 7 ธุรกิจคอนเทนต์ youtuber การรีวิวสินค้า, ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์ เช่น อาหารสัตว์ การดูแลสุขภาพสัตว์

อันดับ 8 ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ร้านค้าปลีกสมัยใหม่

อันดับ 9 ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน

อันดับ 10 ธุรกิจบันเทิง, ธุรกิจก่อสร้าง-อสังหาริมทรัพย์แนวราบ, ธุรกิจท่องเที่ยว และบริการต่อเนื่อง

ส่วน 10 อันดับธุรกิจดาวร่วงในปี 2565 มีดังนี้

อันดับ 1 ธุรกิจผลิตโทรศัพท์พื้นฐาน เครื่องโทรสาร

อันดับ 2 ธุรกิจฟอกย้อม ธุรกิจหัตถกรรมที่ไม่มีการออกแบบ และราคาถูก

อันดับ 3 ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ วารสาร, ธุรกิจรับส่งสื่อสิ่งพิมพ์ตามบ้าน และสถานที่ทำงาน

อันดับ 4 ธุรกิจโรงพิมพ์ การพิมพ์ เช่น หนังสือ แผ่นพับ, ธุรกิจคนกลาง

อันดับ 5 ธุรกิจผลิตและขายต้นไม้-ดอกไม้ประดิษฐ์, ธุรกิจผลิตเสื้อผ้าโหล

อันดับ 6 ธุรกิจเครื่องปั้นดินเผา เซรามิก

อันดับ 7 ธุรกิจร้านถ่ายรูป

อันดับ 8 ธุรกิจนำเที่ยวในประเทศ

อันดับ 9 ธุรกิจผลิตของเด็กเล่น

อันดับ 10 ธุรกิจ Call Center

ขอบคุณ :  สำนักข่าวอินโฟเควสท์ 

 

กรมสรรพากรเล็งเก็บภาษีขายหุ้น

      วันที่ 17 ธ.ค. 64 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึงกรณีที่กระทรวงการคลังมีแผนเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ (Financial Transaction Tax) หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งภาษีดังกล่าวได้รับการยกเว้นมากกว่า 30 ปีนั้น ยอมรับว่าขณะนี้กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการพิจารณาการเรียกเก็บภาษีดังกล่าว โดยจะพิจารณาหลายปัจจัยประกอบ โดยเฉพาะเงื่อนไขเวลาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการเรียกเก็บภาษีดังกล่าวนั้นประชาชน 85% หรือนักลงทุนรายย่อยจะไม่ได้รับผลกระทบแน่นอน

     สำหรับการศึกษาการเรียกเก็บแบบ Financial Transaction Tax นั้น ประกอบด้วย 3 โมเดล คือ 1.การขายหุ้นในตลาดฯ 1 ล้านบาทต่อเดือน 2.การขายหุ้นในตลาดฯ ตั้งแต่ 2 ล้านบาทต่อเดือน และ 3.การขายหุ้นในตลาดตั้งแต่ 2 ล้านบาทต่อเดือนขึ้นไป โดยในตรากฎหมายเดิมนั้นกำหนดไว้ว่าการขายหุ้นในตลาดฯ 1 ล้านบาทขึ้นไปจะต้องเสียภาษีในอัตรา 0.1% ของมูลค่าขาย แต่ปัจจุบันยังได้รับการยกเว้น
    ปัจจุบันกรมสรรพากรได้ศึกษาภาษีทั้ง 2 ส่วน คือ ภาษีกำไรจากการขายหลักทรัพย์ (capital gain) ซึ่งหากจะเรียกเก็บจากส่วนนี้จะต้องตรากฎหมายขึ้นมาใหม่ หรือแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติม แต่สำหรับ Financial Transaction Tax นั้นมีประมวลรัษฎากรกฎหมายภาษีของกรมสรรพากรอยู่แล้ว แต่ได้รับการยกเว้นมาตั้งแต่ปี 34 ซึ่งการหยิบยกกฎหมายนี้ขึ้นมาก็เป็นไปตามแผนการปฏิรูปภาษี ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศมีการเรียกเก็บทั้ง 2 ส่วน หรือบางประเทศก็เรียกเก็บเพียงอย่างเดียว
 

ขอบคุณ : ประชาชาติธุรกิจ

ดาวโจนส์ปิดร่วงลง 385 จุด

     ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,897.64 จุด ลดลง 29.79 จุด หรือ -0.08%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,668.67 จุด ลดลง 41.18 จุด หรือ -0.87%  และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,180.43 จุด ร่วงลง 385.15 จุด หรือ -2.47%

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ 16 ธ.ค.64 หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้า

      เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% และประกาศว่าจะเพิ่มการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) เป็นเดือนละ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ เริ่มตั้งแต่เดือนม.ค. 65 โดยการปรับลดวงเงินคิวอีของเฟดจะเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากเดิมเดือนละ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งจะส่งผลให้เฟดยุติการทำคิวอีในเดือนมี.ค.65

       ในการคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2565 และปรับขึ้นดอกเบี้ยจำนวน 2 ครั้งในปี 66 และปรับขึ้นอีก 2 ครั้งในปี 67

    แฟรงค์ เกรนซ์ นักวิเคราะห์จากบริษัท Wellington Shields กล่าวว่า ภาวะการซื้อขายเมื่อคืนนี้เป็นไปในลักษณะหมุนเวียนกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) โดยนักลงทุนเทขายหุ้นเติบโต(Growth Stocks) ซึ่งมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย เช่นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และหันไปซื้อหุ้นคุณค่า (Value Stocks) ซึ่งเป็นหุ้นที่ปรับตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มพลังงาน การลงทุนในลักษณะดังกล่าวสะท้อนถึงมุมมองของนักลงทุนที่ว่า ภาวะทางธุรกิจท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อหุ้น Growth Stocks ในวันข้างหน้า

    หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงหลังจากเฟดประกาศยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในเดือนมี.ค.65 และส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้า 

      หุ้นกลุ่มธนาคารได้แรงหนุนจากการที่เฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้า

    หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมัน โดยหุ้นโคโนโคฟิลลิปส์ พุ่งขึ้น 1.4% หุ้นเอ็กซอน โมบิล เพิ่มขึ้น 0.18% หุ้นเชฟรอน พุ่งขึ้น 0.93% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน พุ่งขึ้น 1.3%
      ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านพุ่งขึ้น 11.8% ในเดือนพ.ย. สู่ระดับ 1.679 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.568 ล้านยูนิต จากระดับ 1.502 ล้านยูนิตในเดือนต.ค.

      ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 18,000 ราย สู่ระดับ 206,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 195,000 ราย

 

     

ขอบคุณ : ฐานเศรษฐกิจ

หุ้นวันนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *