LOGO Goo Invest
Categories
ข่าวหุ้น

ข่าว หุ้น ธุรกิจ วันที่ 13 มกราคม 2565

ข่าวหุ้น เศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน Goo Invest Trade

ข่าวหุ้นล่าสุด ข่าวเด่นวันนี้ วันที่ 13 มกราคม 2565

หุ้นเด่นวันนี้

  • WICE (เคทีบีเอสที) เป้าเชิงกลยุทธ์ 25.50 บาท คาดกำไรผลักดันราคาหุ้น, Outlook ปี 65 สดใส แนวโน้มราคาหุ้นปรับตัวขึ้นด้วยกำไร พื้นฐานแข็งแกร่ง Outlook สวย การขนส่งทางบก,ราง,เรือ,อากาศ เติบโตต่อรับเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ธุรกิจขนส่งข้ามพรมแดนจะเด่น เสริมด้วยธุรกิจขนส่งทางรางที่กำลังจะเริ่มต้น H2/65 เตรียมนำ ETL (ขนส่งข้ามพรมแดน) เข้าตลาดหุ้น ประเมินกำไรสุทธิปี 64-65 ที่ 524 ลบ. และ 682 ลบ. +161%YoY, +30%YoY ตามลำดับ
  • BANPU (เอเชียเวลท์) “ซื้อ” เป้า 14 บาท แนวโน้มกำไร Q4/64 ยังเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งจาก Q3/64 อิงตามราคาถ่านหินในตลาดโลกที่สูงขึ้น และแนวโน้ม Q1/65 เติบโตต่อเนื่องหลังราคาถ่านหินพลิกกลับมาฟื้นตัว และล่าสุดปรับขึ้นสู่ระดับ 203$/ton เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับราคา ณ สิ้นปี 64 ที่ 170$/ton
  • WINMED (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” เป้าห 7.80 บาท คาดกำไรปกติ Q4/64 ทยอยฟื้นตัวตามการ Reopening ในส่วนของผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเลือดและสุขภาพสตรี และคาดหนุนทั้งปี 2021 +16% Y-Y โมเมนตัมกำไรจะเร่งตัวโดยระยะสั้นได้แรงหนุนจากการเปิดแล็บตรวจ RT-PCR และขาย ATK COVID-19 ส่วนธุรกิจหลักกลับมาเติบโตเร่งตัว ส่วนการเปิดแล็บตรวจเชื้อ HPV และ STD รวมถึงแล็บสำหรับการผลิตยาหนุนการเติบโตระยะยาว เราคาดกำไรปี 65-66 +91% Y-Y และ +52% Y-Y
  • APURE-W3 เข้าซื้อขายวันแรกวันนี้ (13 ม.ค.)จำนวนหน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน 479,131,206 หน่วย อัตราการใช้สิทธิ 1 : 1 ราคาการใช้สิทธิ 7.00 บาทต่อหุ้น อายุใบสำคัญแสดงสิทธิ 3 ปี นับจากวันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (28 ธ.ค.64) วันใช้สิทธิครั้งแรก 31 มี.ค.65 วันใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 27 ธ.ค.67

ขอบคุณ :  สำนักข่าวอินโฟเควสท์ 

ราคาทองวันนี้ ปรับขึ้น 50 บาท

บิตคอยน์วันนี้ ขยับขึ้น 2.73%

           ราคาบิตคอยน์วันนี้ 13 ม.ค. 65 ขยับขึ้น +2.73% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ราคาอยู่ที่ 43,900.30 เหรียญสหรัฐ หรือราว 1,460,519.08 บาท มูลค่าซื้อขายรวม 32.84 พันล้านเหรียญสหรัฐ ตามข้อมูลล่าสุด เมื่อเวลา 6.58 น. ที่ผ่านมา

           สำหรับความเคลื่อนไหวของราคาเหรียญดิจิทัลคริปโทเคอร์เรนซีชนิดอื่นๆ Ethereum ขยับขึ้น 4.06% Binance Coin ดีดขึ้น 5.1% และ Dogecoin ดีดขึ้น 6.89% ในช่วง 24 ชั่วโมง

        สรุปราคาเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี

  • Bitcoin (BTC) ราคา 43,900.30 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง +2.73%
  •  Ethereum (ETH) ราคา 3,369.32 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง +4.06%
  • BNB (BNB) ราคา 487.10 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง +5.10%
  • Tether (USDT) ราคา 1.00 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง +0.01%
  • Solana (SOL) ราคา 151.50 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง +8.05%
    6. Avalanche (AVAX) ราคา 96.06 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง +7.26%
  •  Cardano (ADA) ราคา 1.31 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง +10.03%
  • XRP (XRP) ราคา 0.80 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง +3.69%
  • Terra (LUNA) ราคา 82.06 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง +11.62%
  •  Polkadot (DOT) ราคา 27.31 เหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลง +6.89%

หมายเหตุ : ข้อมูลข้างต้นอาจมีความคลาดเคลื่อนและไม่ควรใช้เพื่อการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อขาย ผู้อ่านควรตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทาง www.sec.or.th

ขอบคุณ :  ประชาชาติธุรกิจ

 

อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท 33.26บาท/ดอลลาร์

        นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทยระบุว่า แม้เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้น แต่จะไม่แข็งค่าไปมากนัก เพราะถึงแม้ว่า เงินบาทจะได้แรงหนุนฝั่งแข็งค่าจากการย่อตัวลงของเงินดอลลาร์และโฟลว์ขายทำกำไรทองคำ แต่ แรงกดดันฝั่งอ่อนค่ายังคงเป็นปัญหาการระบาดของโอมิครอนในประเทศที่กดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

       โดยเฉพาะการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้ การแข็งค่าขึ้นจนหลุดระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์นั้น ต้องอาศัยฟันด์โฟลว์จากนักลงทุนต่างชาติพอสมควร อีกทั้ง ช่วง 2 วันที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นว่า โฟลว์ซื้อสุทธิบอนด์ระยะสั้นจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มลดลง ซึ่งอาจสะท้อนมุมมองของนักลงทุนต่างชาติที่ยังไม่รีบเข้ามาเก็งกำไรการแข็งค่าของเงินบาท และผู้เล่นต่างชาติบางส่วนอาจรอจังหวะเงินบาทอ่อนค่า เพื่อเพิ่มสถานะการถือครอง ขณะที่หากเงินบาทแข็งค่าถึงระดับเป้าราคาที่ต้องการ ก็อาจเห็นการทยอยขายทำกำไรของผู้เล่นต่างชาติได้

           นอกจากนี้ หากเงินบาทแข็งค่าใกล้ระดับ 33.10-33.20 บาทต่อดอลลาร์ ก็อาจมีแรงซื้อเงินดอลลาร์จากฝั่งผู้นำเข้าช่วยพยุงเงินบาทไม่ให้แข็งค่าไปมากได้

    กรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.20-33.40 บาท/ดอลลาร์

     ผู้เล่นในตลาดการเงินเดินหน้าทยอยเปิดรับความเสี่ยงต่อ หลังอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคมเร่งตัวขึ้นแตะระดับ 7.0% ตามคาด และยิ่งหนุนให้เฟดสามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ตั้งแต่การประชุมในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดรับรู้ไปแล้วพอสมควร

        ดังนั้น ผู้เล่นในตลาดจึงไม่ได้กังวลต่อแนวโน้มการเร่งตัวขึ้นของเงินเฟ้อแต่อย่างใด นอกจากนี้ ถ้อยแถลงของว่าที่รองประธานเฟด Lael Brainard และเจ้าหน้าที่เฟดท่านอื่นๆ ยังคงออกมาสอดคล้องกับประธานเฟดที่ได้ระบุก่อนหน้าว่า เฟดพร้อมจะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมปัญหาเงินเฟ้อ

          การทยอยเปิดรับความเสี่ยงของผู้เล่นในตลาดจะเห็นได้ชัดจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคฯและหุ้นสไตล์ Growth ที่ย่อตัวลงหนักในช่วงที่ผ่านมา หนุนให้ในฝั่งสหรัฐฯ ดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.28% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq สามารถปรับตัวขึ้นราว +0.23%

       ส่วนในฝั่งยุโรป ดัชนี STOXX50 ของยุโรป เดินหน้าปรับตัวขึ้นเกือบ +0.8% นำโดยการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของหุ้นกลุ่มเทคฯ อาทิ ASML +3.1%, Adyen +1.4% นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่ม Cyclical

        อาทิ กลุ่มพลังงานและกลุ่มการเงิน Total Energies +3.1%, Intesa Sanpaolo +2.6% ท่ามกลางมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่เริ่มประเมินว่า ปัญหาการระบาดของโอมิครอนในยุโรปอาจใกล้ถึงจุดเลวร้ายสุดและเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวได้ดี

            ส่วนทางด้านฝั่งตลาดบอนด์ ผู้เล่นในตลาดยังไม่มีการปรับสถานะถือครองบอนด์ระยะยาวที่ชัดเจน หลังจากที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสหรัฐฯ ล่าสุดยังคงย้ำโอกาสที่เฟดจะสามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ในเดือนมีนาคม ทำให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงทรงตัวที่ระดับ 1.75%

         ทั้งนี้ เรามองว่า ปัจจัยการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเป็นสิ่งที่ตลาดรับรู้ไปพอสมควรแล้ว ดังนั้น การปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์จะเกิดขึ้นได้ หากตลาดกล้าเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น หรือ เฟดมีการสื่อสารถึงการลดงบดุลที่ชัดเจนมากขึ้น โดยอาจเป็นการลดงบดุลในอัตราที่สูงกว่าในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งเราคาดว่า แนวโน้มดังกล่าวอาจช่วยหนุนให้บอนด์ยีลด์ระยะยาวสหรัฐฯ รวมถึงทั่วโลก ทยอยปรับตัวสูงขึ้นได้

        ในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยล่าสุด ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY Index) ปรับตัวลงมาใกล้ระดับ 94.92 จุด กดดันโดยภาวะตลาดเปิดรับความเสี่ยงและรายงานเงินเฟ้อทั่วไปสหรัฐฯ ที่ไม่ได้ออกมาผิดจากที่ตลาดคาดการณ์ไว้และไม่ได้ส่งผลต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ได้ประเมินว่า เฟดอาจจะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ราว 3-4 ครั้ง อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ได้หนุนให้สกุลเงินหลักต่างแข็งค่าขึ้น อาทิ เงินยูโร (EUR) แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.144 ดอลลาร์ต่อยูโร ส่วนเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) ก็แข็งค่าขึ้นแตะระดับ 1.37 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ซึ่งทั้งสองสกุลเงินยังได้แรงหนุนจากความหวังการฟื้นตัวเศรษฐกิจ หลังสถานการณ์การระบาดของโอมิครอนใกล้ถึงจุดเลวร้ายที่สุด

        นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่ทรงตัว ณ ระดับเดิมต่อ ได้หนุนให้ ราคาทองคำสามารถปรับตัวขึ้นมาแตะระดับ 1,825 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเราคาดว่า การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำอาจหนุนให้ผู้เล่นบางส่วนเข้ามาทยอยขายทำกำไรได้ ซึ่งโฟลว์ขายทำกำไรทองคำดังกล่าวจะสามารถช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นได้

          สำหรับวันนี้ ตลาดจะจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด อาทิ Thomas Barkin, Patrick Harker, Charles Evans และที่สำคัญตลาดจะจับตาการแถลงต่อคณะกรรมาธิการ Senate Banking ในกระบวนการสรรหาประธานและรองประธานเฟด (Confirmation Hearing) ของว่าที่รองประธานเฟด Lael Brainard ว่าจะมีมุมมองต่อภาวะตลาดแรงงานและเงินเฟ้ออย่างไร รวมถึงมุมมองต่อการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินเฟดในอนาคตเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจ

         ส่วนในฝั่งไทย เราคงมองว่า ผลกระทบของการระบาดระลอกใหม่จะไม่กดดันให้เศรษฐกิจซบเซาหนัก เนื่องจากรัฐบาลจะพยายามเลี่ยงการใช้มาตรการ Lockdown ที่เข้มงวด โดยอาศัยการเร่งแจกจ่ายวัคซีนเพื่อลดความเสี่ยงต่อระบบสาธารณสุข อย่างไรก็ดี แม้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจอาจไม่มากนัก แต่การระบาดของโอมิครอนอาจกดดันความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (Consumer Confidence) ในระยะสั้นได้ ซึ่งอาจสะท้อนผ่านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนธันวาคมที่อาจย่อตัวลงเล็กน้อยและอาจปรับตัวลดลงมากขึ้น จนกว่าสถานการณ์การระบาดจะมีแนวโน้มดีขึ้น

         ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่าเงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 33.27-33.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ (9.45 น.) แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวันทำการก่อนหน้าที่ 33.37 บาทต่อดอลลาร์ฯ เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้น ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายหลังจากที่ข้อมูล CPI เดือน ธ.ค. 64 ของสหรัฐฯ ออกมาใกล้เคียงกับตัวเลขคาดการณ์ของตลาด โดยเพิ่มขึ้นแตะ 7% YoY สูงสุดในรอบ 39 ปีครึ่ง ซึ่งทำให้ตลาดประเมินว่า แม้เฟดจะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเข้มนโยบายการเงินในปีนี้ แต่ก็จะสอดคล้องกับที่เคยให้สัญญาณไว้ก่อนหน้านี้

            สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ คาดไว้ที่ 33.20-33.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนของต่างชาติ สถานการณ์โควิด-19 ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนธ.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ

 

ขอบคุณ : ฐานเศรษฐกิจ

ฮ่องกงเตรียมออกกฎคุมเข้มเทรดคริปโท

           วันที่ 13 ม.ค. 65 บลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางฮ่องกงเปิดเผยว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อเสนอแนะ และความคิดเห็นจากหลายภาคส่วนเกี่ยวกับการจำแนกธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซี เพื่อออกข้อกำหนดกฎระเบียบสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลโดยเฉพาะเหรียญในกลุ่ม stablecoins

         รายงานระบุว่า ธนาคารกลางโดยพฤตินัยของฮ่องกงมีแผนเผยความชัดเจนเกี่ยวกับข้อบังคับด้านสินทรัพย์คริปโทฯ ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อให้ทันการแข่งขันกับสิงคโปร์ซึ่งมีแผนเป็นศูนย์กลางการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียเช่นกัน

        บลูมเบิร์กอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องในธนาคารกลางฮ่องกงว่า บรรดาเจ้าหน้าที่อาวุโสในหน่วยงานด้านการเงินของฮ่องกงต่างกังวลเกี่ยวกับการเติบโตที่รวดเร็วของการลงทุนคริปโทฯ ที่เพิ่มมากขึ้นทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ โดยเชื่อว่าในอนาคตอาจกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อระบบการเงินในปัจจุบัน หากอุตสาหกรรมนี้ถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีข้อบังคับใด ๆ

          ดังนั้นเป้าหมายในตอนนี้คือการเตรียมแผนกำกับดูแลสำหรับใช้งานในปี 67 โดยกฎระเบียบดังกล่าวยังคลอบคลุมถึงถึงผลประโยชน์ของนักลงทุนอีกด้วย อาทิ ป้องกันการหลอกลวง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ล่าสุดที่ผู้ใช้งานไม่สามารถถอนเงินออกจากกระดานเทรดได้

         โดยก่อนหน้านี้เมื่อ 7 ม.ค. 65 มีบรรดานักเทรดหลายรายแจ้งต่อทางการฮ่องกงว่า Coinsupe กระดานเทรดคริปโตฯ ที่มีฐานอยู่ที่ฮ่องกงและได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนสถาบันจำนวนมากเกิดปัญหาไม่สามารถย้ายเงินทุนออกจากแพลตฟอร์มได้ตั้งพฤศจิกายนปีทีผ่านมา โดยผู้ใช้งานอย่างน้อย 7 รายได้ไปยื่นเรื่องเพื่อดำเนินการติดตามเงินจำนวนดังกล่าวของพวกเขาจากตำรวจ แต่ก็ไม่ได้รับความคืบหน้าใด ๆ

อบคุณ : ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวหุ้นล่าสุด ข่าวเด่นวันนี้ วันที่ 14 ธันวาคม 2564

หุ้นวันนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น